ข่าวราชบุรี : โครงการพระราชดำริเขาชะงุ้มฯ จ.ราชบุรี จัดเสวนาวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ กับอนาคตทิศทางข้าวไทย มีการเสนอแนะทางออก และแนวทางส่งเสริมให้การทำนาข้าวยึดหลักการใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาใช้ให้เกิดความยั่งยืน ขณะที่กลุ่มแปลงใหญ่ผลิต “ ข้าวสะใภ้ใหม่ ” จะหุงง่าย ขึ้นหม้อ พ่อ แม่รัก สามีหลง มีกลิ่นหอมหวน



            ( 8 มิ.ย. 69 ) นางสาวกฤษณา  ทิวาตรี  ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เนื่องจากเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ถือเป็นวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ โดยรัฐบาลกำหนดขึ้น เพื่อให้คนไทยรำลึกความสำคัญของข้าว และยกย่องเชิดชูเกียรติชาวนาไทย ที่เสียสละทำงานหนัก ทางโครงการพระราชดำริฯ จึงได้จัดเสวนาอนาคตทิศทางข้าวไทยขึ้น โดยมีนายบริสุทธิ์  เสียงใหญ่ นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ ศูนย์วิจัยข้าวราชบุรี  อาจารย์ ดร.รัชนิดา รอดอิ้ว  อาจารย์ประจำสาขาวิชาการจัดการธุรกิจดิจิทัล อาจารย์ นิติพัฒน์  แก้วประสิทธิ์  คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง   นายกริช ขำเจริญ  ประธานแปลงใหญ่ข้าวตำบลเตาปูน และผู้เชี้ยวชาญเรื่องข้าวอีกหลายท่านเข้าร่วมเสวนาทิศทางออกอนาคตข้าวไทย 

               วันนี้มีการนำอุปกรณ์การทำนาปลูกข้าวตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงการทำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาใช้ในการทำนา ช่วยลดการใช้แรงงาน สมัยโบราณจะมีการทำนาหลายชนิด ได้แก่ นาดำ นาหว่าน นาโยน และนาหยอด  ปัญหาส่วนใหญ่เกษตรกรจะเผชิญอยู่กับหนี้สิน ค่าปุ๋ย ค่ายา ยังมีสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ทำให้ปัจจุบันเกษตรกรส่วนใหญ่ได้เปลี่ยนวิถีการทำนาแบบดั้งเดิมหันมาใช้เครื่องจักรทดแทน  ซึ่งก็อาจจะทำให้มีศัตรูพืชเริ่มเข้ามากระทบต่อวิถีวงจรการทำนาเกิดขึ้น และยังขาดการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ เข้ามาส่งเสริมอย่างจริงจัง

            อาจารย์นิติพัฒน์  แก้วประสิทธิ์   อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ มรภ.หมู่บ้านจอมบึง กล่าวว่า ได้ทำงานร่วมกับเกษตรกรพื้นที่ตำบลเตาปูน อ.โพธารามเกี่ยวกับวัฒนธรรม  มรดกภูมิปัญญา  พบชาวนามีความรู้มาจากรุ่นสู่รุ่น  แต่ขาดการรวบรวมและการจัดการจัดเก็บที่เป็นระบบ  เป็นองค์ความรู้การทำนายุคแรกจนถึงยุคปัจจุบันที่ยังขาดการรวบรวม ในมุมมองควรส่งเสริมกลุ่มชาวนาให้เป็นคนที่มีคุณค่าในเชิงเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ ไม่ใช่มุมมองเป็นผู้ผลิตและขายข้าวเปลือกเท่านั้น แต่หากส่งเสริมเกษตรกรเหล่านี้ให้เป็นผู้ให้ความรู้ ให้เป็นปราชญ์จัดการความรู้ออกมาได้ พื้นที่ทำนาน่าทำให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้กับคนที่สนใจ  

            ส่วนรัฐบาลน่าจะมีนโยบายการส่งเสริมเกษตรกร  รัฐควรมองการจัดการทรัพยากรในพื้นที่ การให้ความรู้ การส่งเสริมเรื่องงบประมาณ การจัดสรรต่างๆ    ชาวนายังขาดเทคโนโลยีเข้ามาช่วย  แม้กระทั่งโรงสีชุมชนต้องจัดตั้งโดยรัฐ  แต่วันนี้เหมือนโรงสีที่ไม่ได้มีประสิทธิภาพมากพอ  ถ้ามีการส่งเสริมโรงสีชุมชนแต่ละหมู่บ้านเป็นโรงสีกลาง สามารถนำข้าวเปลือกมาสีเป็นผู้ค้าข้าวเองได้มากกว่าเป็นผู้ผลิตเพื่อขาย จะทำให้เกษตรกรแข็งแรงขึ้น  ได้มีโอกาสมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องข้าวไทย มองว่าประเทศไทยควรหันกลับมาลงทุนกับชาวนา  หรือ เกษตรกรอื่น ๆ ให้มากขึ้น เพราะประเทศไทยมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์มากมาย  แต่วันนี้ซัพพลายเหล่านี้ไปสู่ภาคอุตสาหกรรมทำให้เกษตรกรขาดทุน ถ้าเรานำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้และจับทิศทางให้ดี เชื่อว่าน่าจะพอปรับตัวได้  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องเข้ามาสนับสนุนอย่างจริงจัง รัฐต้องจัดงบประมาณ หรือ ลงทุนชาวนาให้เต็มที่ ถ้าไม่มีชาวนา อนาคตจะต้องซื้อข้าวกินหนักกว่าเดิมจากที่เราผลิตได้เอง จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหันมาดูรากแก้วเหมือนกับมาดูแลบุคคลสำคัญของประเทศ 

                     นายกริช  ขำเจริญ  กล่าวว่า ได้รวมกลุ่มปลูกข้าวแปลงใหญ่ มีการปลูกข้าวไว้เพื่อบริโภค และยังนำมาขายต่อที่ตลาดนั่งยางในโครงการพระราชดำริเขาชะงุ้ม ข้าวที่ผลิตได้นำมาตั้งชื่อใหม่ เช่น ข้าวหอมปทุมมีลักษณะสีเขียวอ่อน ๆ ได้ตั้งชื่อใหม่คือ ข้าวเขียว ม.ปลาย  ตอกย้ำการเป็นข้าวอ่อนมีระยะน้ำนม ใช้คำว่า ม.ปลาย เพิ่มชื่อเข้าไป ส่วนข้าว กข. 79 ของศูนย์วิจัยข้าวราชบุรี ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเป็นข้าวที่ให้ผลผลิตสูง  นุ่ม   ได้นำมาสีขาวใช้ชื่อใหม่ว่า สะใภ้ใหม่  คือ หญิงสาวแต่งงานมีครอบครัวด้วยความที่ไม่เคยหุงข้าวเลยก็หุงไม่เป็นเกิดความดิบ แฉะ ไหม้ ในหม้อเดียวกัน  พ่อ แม่ ก็บ่น แต่หากใช้ข้าวสะใภ้ใหม่ จะหุงง่าย ขึ้นหม้อ พ่อ แม่รัก สามีหลง มีกลิ่นหอม ให้ผลผลิตสูง ที่สำคัญพื้นที่ตำบลเตาปูนเป็นพื้นที่สีเขียวสะอาด ปลอดอุตสาหกรรมและปศุสัตว์ขนาดใหญ่ ข้าวยังได้มาตรฐาน GAP  เป็นข้าวที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคด้วย กลุ่มมีสมาชิก 39 ราย มีพื้นที่ประมาณ 600 ไร่ ส่วนข้าวได้วางขายที่ตลาดนั่งยาง และที่ธนาคาร ธกส. มองว่าเกษตรกรต้องปรับตัวจากผู้ขายข้าวเปลือกเป็นขายข้าวสาร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทำข้าวคุณภาพให้ได้มาตรฐานGAP  อนาคตชาวนาต้องรวมตัวกันไม่ขายข้าวเปลือกแล้วมาเป็นผู้ประกอบการขายข้าวสาร และเก็บไว้กินหรือ ร่วมกันขาย ทำให้หนี้สินที่เกิดขึ้นน่าจะลดลงไป  ชาวนาในอนคตจะต้องขายข้าวไปพร้อมกับเล่าเรื่องราวถึงชุมชนมีความสะอาดปลอดภัยในพื้นที่ปลูก ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้เกิดกับพื้นที่ปลูกข้าว

                  นางสาวกฤษณา  ทิวาตรี  ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวว่า เรื่องการทำนาได้แนะนำให้เกษตรกรปลูกพืชปุ๋ยสดให้เป็นปอเทือง ก่อนที่จะปลูกข้าว โดยจะให้หว่านปอเทืองลงไปในแปลงก่อน  ปอเทืองมีอายุประมาณ 45 วัน หลังจากนั้นให้ไถกลบลงไป ในตัวปอเทืองจะมีรากซึ่งมีแบคทีเรียชนิดหนึ่ง สามารถตรึงไนโตรเจนจากอากาศลงสู่ดินได้ ทำให้มีธาตุอาหารเพิ่มสูงขึ้น  นอกจากนี้จะทำให้ดินเกิดความร่วนซุย มีชีวมวลเพิ่มขึ้น สามารถทำนาได้ผลผลิตที่ดีขึ้น  ระหว่างเกี่ยวข้าวแล้วสามารถใช้ พด. 2 แช่ตอซังไว้เพื่อทำให้เป็นการย่อยสลายเร็ว ช่วยปรับปรุงบำรุงดินให้ดีและยังช่วยทำให้ผลผลิตข้าวสูงขึ้น เป็นการลดการใช้สารเคมีได้อีกทางหนึ่งด้วย    

                 การเสวนาครั้งนี้ ยังมีการสาธิตการนวดข้าวแบบโบราณ ในการนำเครื่องสีข้าวลักษณะทำด้วยไม้ ใช้มือหยิบต้นข้าวที่ตากแห้งแล้วนำมาวางลงบนเครื่องสีข้าวแล้วใช้เท้าเหยียบลงไปก็จะได้เมล็ดข้าวหลุดออกจากซังข้าวได้อย่างง่ายดาย  โดยซังข้าวแทนที่จะเผาทิ้ง แต่ยังสามารถใช้ประโยชน์นำมาเข้าเครื่องทำเป็นที่ลับเล็บแมว   นอกจากนี้ยังมีเครื่องหยอดข้าว และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่สามารถช่วยลดต้นทุนการผลิต และช่วยประหยัดค่าเวลาและแรงงาน ช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาให้เกิดความเข้มแข็งและเกิดความยั่งยืนต่ออาชีพ  อีกทั้งยังนำข้าวสารที่ผลิตโดยแปลงใหญ่ข้าวตำบลเตาปูน มานึ่งเป็นข้าวสวยได้รับประทานกันด้วย

                     ///////////////////////////////////////////////////////////

พันธุ์ - จรรยา  แก้วนุ้ย  จ.ราชบุรี 


















ความคิดเห็น