ข่าวราชบุรี : โรงพยาบาลราชบุรี มีความพร้อมสูงด้านบุคลากรทางการแพทย์ผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์รักษาผู้ป่วยได้ดีมาก ทดลองผ่าตัดแล้ว 14 ราย แต่ค่าใช้จ่ายสูง
( 27 ก.ค. 69 ) นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทยได้พูดคุยกับ นายแพทย์นิคม มะลิทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชบุรี นายแพทย์บรรจง เปรื่องประสพ รองผู้อำนวยการฝ่ายแพทย์ แพทย์หญิงฐิชากาญจน์ จันทรสิริยากร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายจัดเก็บรายได้ และแพทย์อายุรศาสตร์โรคมะเร็ง โรงพยาบาลราชบุรี ถึงแนวทางการปรับปรุงพัฒนาโรงพยาบาลราชบุรี ปัญหา อุปสรรคต่าง ๆ เรื่องอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อจะได้สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยที่เดินทางมารักษาใช้เวลานาน เช่น เรื่องเทคโนโลยีการใช้หุ่นยนต์ในการผ่าตัดคนไข้ ซึ่งขณะนี้โรงพยาบาลได้ทดลองใช้หุ่นยนต์ผ่าตัดไปแล้วจำนวน 14 ราย แต่ละรายค่าใช้จ่ายสูงถึงเคสละ 60,000 บาท ในการผ่าตัดโรคมะเร็ง ที่มีความแม่นยำ ลดการสูญเสียได้ดีมาก ยังช่วยลดเวลา ลดกำลังคน งบประมาณจัดซื้อเฉลี่ยเครื่องละ 80 ล้านบาท คนไข้บางรายที่ผ่าตัดไปแล้ว ติดปัญหาเรื่องเงินผ่าตัด ทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้เซ็นต์ขออนุมัติเงินส่วนนี้จากมูลนิธิกองทุนของโรงพยาบาลจ่ายไปบางส่วน ตอนนี้มีการเซ็นอนุมัติเบิกจ่ายไปแล้วจำนวน 8 ราย ซึ่งขณะนี้ได้ชะลอการใช้เทคโนลียีหุ่นยนต์ผ่าตัดไว้ก่อน เนื่องจากงบประมาณมีอยู่ไม่มาก ยังมีความต้องการเครื่องตรวจสารพันธุกรรมโรคมะเร็งใช้งบจัดซื้อไม่เกินเครื่องละ 20 ล้านบาท ช่วยเรื่องตรวจหาพันธุกรรมและรักษาโรคได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี กล่าวว่า มีโอกาสพูดคุยปัญหา อุปสรรค โรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี ดูแลประชาชนครอบคลุม 8 จังหวัด มีปัญหาการขาดแคลนอุปสรรคด้านใดบ้าง เกี่ยวกับส่วนกลาง ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาติดตามและนำปัญหาที่ได้รับฟังส่วนของโรงพยาบาลไปประสานต่อกับหน่วยงาน ก่อนหน้านี้โรงพยาบาลราชบุรีเคยทดลองใช้หุ่นยนต์ในการผ่าตัด จึงมาสอบถามเรื่อง การผ่าตัดคืบหน้าไปถึงไหนบ้าง รวมทั้งเครื่องมือทางการแพทย์ ยังขาดแคลนอยู่ มีความต้องการอยู่ ในการดูแลรักษาผู้ป่วย
นายแพทย์นิคม มะลิทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชบุรี กล่าวว่า โรงพยาบาลราชบุรีคอยดูแลโรคยาก ๆ ไม่ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ จำเป็นต้องพัฒนาด้านการแพทย์ ส่วนเรื่องหุ่นยนต์ผ่าตัดเป็นเรื่องในเป้าหมาย โรงพยาบาลมีความพร้อม คือ ได้หุ่นยนต์ตัวต้นแบบมาจากทางบริษัทมาให้ใช้ และงบประมาณส่วนหนึ่งในการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ ตอนนี้ผ่าตัดไปแล้ว 14 ราย เจ้าหน้าที่มีความพร้อมผ่าคนไข้จริง ผลลัพธ์ค่อนข้างดีมาก ลดระยะเวลาการผ่าตัด ลดการเสียเลือด แต่ปัญหาใหญ่คือ ต้นทุนแต่ละรายใช้งบประมาณ 60,000 บาท ที่ต้องจ่าย แต่เบิกคืนแทบไม่ได้ บวกกับตัวหุ่นยนต์ ถ้าจะต้องจัดซื้อ ตัวละประมาณ 80 ล้านบาท เชื่อมั่นว่าทางกระทรวงสาธารณสุข และทางผู้แทนราษฎรคงเห็นความสำคัญ จะมอบหมายให้โรงพยาบาลราชบุรีได้พัฒนาเรื่องการผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์
ส่วนอาคารที่อยู่ระหว่างสร้างนี้ ช่วยเบาบางในการหาที่จอดรถ จึงวางแผนว่าคนไข้ฉุกเฉินต้องมีที่จอด เจ้าหน้าที่จะได้จอดส่วนหนึ่ง เฉพาะส่วนที่จำเป็นที่ต้องมาดูแลคนไข้ในตอนเช้า อนาคตจะหาระบบที่ทำให้ทุกฝ่ายมีความสะดวกสบายมากขึ้น อีกทั้งทางโรงพยาบาลยังดูแลผู้ป่วยยากไร้ ผู้ป่วยประกันสังคม ผู้ป่วยใช้บัตรทอง 30 บาท ข้าราชการ ซึ่งจะมีความแออัด แต่ยังมีคนไข้อีกกลุ่มที่ทิ้งไปนาน คือ คนไข้กลุ่มที่มีความสะดวก จะร่วมจ่าย ใช้เงินตัวเองเสริมร่วมกับเงินประกันชีวิต จึงเห็นว่าควรจะใช้เครื่องมือที่ทันสมัย ที่ราชการลงทุนให้ จัดแพทย์ พยาบาลผู้เชี่ยวชาญดูแลกลุ่มนี้บ้าง จึงเปิดโรงพยาบาลย่อยขึ้นมาเรียกว่าโรงพยาบาลราชพฤกษ์ หรือ เรียกว่า ราชพฤกษ์พรีเมี่ยม ดูแลคนกลุ่มนี้ ส่วนกรณีเรื่องส่งยากลับบ้านนั้น มีคนไข้มารอรับยามีจุดรองรับได้ประมาณวันละ 1,000 คน แต่มีคนมามากถึง 4,000 คน จึงกำลังหาทางส่งยากลับบ้าน เมื่อผู้ป่วยตรวจเสร็จแล้วจะมีบริการส่งยากลับบ้าน กรณีอยู่บ้านไกล แต่หากอยู่ในเขตพอขับรถจักรยานยนต์มาถึงโรงพยาบาลไม่ไกลมาก จะให้มารับยาตอน 17.00-20.00 น. สำหรับการส่งยากลับบ้านให้ผู้ป่วยเดินทางไปใต้ตึกเจ้าฟ้า หลังตรวจเสร็จจะมีโต๊ะให้บริการ ให้วางที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ หรือ นัดไปรับ กรณีเมื่อส่งยาไปแต่ไม่เจอตัว ก็จะถูกนำยากลับมาที่โรงพยาบาล ผู้ป่วยสามารถมารับยาที่โรงพยาบาลได้ เพื่อความสะดวก ลดปัญหาระยะเวลาอีกทางด้วย
แพทย์หญิง ฐิชากาญจน์ จันทรสิริยากร ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านจัดเก็บรายได้ และแพทย์อายุรศาสตร์โรคมะเร็งโรงพยาบาลราชบุรี กล่าวว่า กรณีพื้นที่เขตสุขภาพที่ 5 ดูแลรวม 8 จังหวัด รพ.ราชบุรี เหมือนเป็นศูนย์มะเร็งที่รักษาคนไข้ให้ยา ฉายแสง การผ่าตัดที่ซับซ้อน ปัจจุบันการรักษาค่อนข้างเป็นลักษณะเจาะจง เช่น ยามุ่งเป้า ตามปกติจะต้องมีการตรวจเบื้องต้น ซึ่งจะต้องตรวจถึงขั้นยีนต์ หรือ พันธุกรรม ปัจจุบันมีการตรวจกันทั้งหมด แต่ยังไม่ได้มีเครื่องที่สามารถตรวจได้เองในโรงพยาบาล ข่าวว่าโรงพยาบาลบางแห่งเริ่มมีใช้กันแล้ว มุมมองของเขต 5 ในการรักษามะเร็ง ถ้าสามารถมีเครื่องตรวจยีนต์พันธุกรรมได้เอง จะสามารถช่วยเหลือคนไข้ได้ครอบคลุมพื้นที่ได้ การแพทย์จะแม่นยำมากขึ้น โดยเฉพาะการรักษามะเร็ง นอกจากเครื่องสามารถตรวจยีนต์พันธุกรรมได้แล้ว ยังสามารถตรวจในน้ำคร่ำได้เหมือนกัน ทางโรงพยาบาลมีอาจารย์ที่เชี่ยวชาญและศูนย์ดูแลผู้มีบุตรยากเหมือนกัน ถ้ามีเครื่องเดียวสามารถช่วยทั้งเรื่องมะเร็งและเรื่องสูติกรรมได้ด้วย รวมทั้งด้านการฉายแสง เนื่องจาก รพ.ราชบุรี รับส่งต่อคนไข้มาหลายจังหวัด อนาคตถ้ามีเครื่องฉายแสงที่มากขึ้น จะทำให้คนไข้ไม่ต้องรอคิวนาน รักษาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
นายแพทย์บรรจง เปรื่องประสพ รองผู้อำนวยการฝ่ายแพทย์ กล่าวว่า ผู้ป่วยกลุ่มนี้อาจจะมีการเก็บค่าบริการเพิ่มเติม แต่ค่าบริการเพิ่มเติมนี้จะมาช่วยดูแลผู้ป่วยทั่วไป ทั้งกลุ่ม 30 บาท ประกันสังคม โดยการดูแลผู้ป่วยพรีเมี่ยมอาจจะมีค่าบริการเพิ่มเติม แต่ก็ไม่ได้ทิ้งผู้ป่วยทั่วไป ทางผู้อำนวยการได้มีนโยบายปรับปรุงพื้นที่บริการต่างๆ สำหรับดูแลผู้ป่วยทั่วไป ซึ่งได้ปรับปรุงพัฒนาให้มีมาตรฐานมากขึ้น
สำหรับประชาชนทั่วไปที่อยากจะร่วมบริจาคสมทบทุนจัดซื้อครุภัณฑ์และเครื่องมือทางการแพทย์ ได้ที่บัญชีเงินบริจาคของโรงพยาบาลราชบุรีเลขที่ 705-0-26528-4 ธนาคารกรุงไทย ( ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า)
////////////////////////////////////////////////
พันธุ์ - จรรยา แก้วนุ้ย จ.ราชบุรี




















ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น