ข่าวราชบุรี : ผู้ว่าฯ ราชบุรี ลงพื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยสำนักไม้เต็ง ติดตามสถานการณ์น้ำ ด้านภาพรวมอุทกภัยระดับน้ำเริ่มลดลง คาดปกติใน 7 วัน

เวลา 16.30 น., วันที่ 14 ต.ค. 2569 - นางสาวฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ลงพื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยสำนักไม้เต็ง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในอ่างฯ อย่างใกล้ชิด โดยมีนายพันธุ์เทพ โกมารกุล ณ นคร ผู้อำนวยการโครงการชลประทานราชบุรี นายสามาตร เตี้ยเนตร นายอำเภอปากท่อ พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่

จากรายงานข้อมูลสถานการณ์น้ำพบว่า อ่างเก็บน้ำห้วยสำนักไม้เต็ง มีความจุ 45.480 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 33.859 ล้าน ลบ.ม. (คิดเป็น 74.45% ของความจุ) และเป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 31.859 ล้าน ลบ.ม. (73.27%) ซึ่งสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำดี

ในส่วนของภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดราชบุรี ข้อมูล ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2569 เวลา 07.00 น. พบว่าระดับน้ำที่จุดวัดระดับน้ำเทศบาลเมืองราชบุรี เวลา 06.00 น. อยู่ที่ 3.10 เมตร ซึ่งยังต่ำกว่าระดับน้ำสูงสุดที่ 4.80 เมตร ขณะที่การระบายน้ำของเขื่อนแม่กลองลดลงมาอยู่ที่ 1,023 ลบ.ม./วินาที

ผลกระทบจากอุทกภัยที่ผ่านมา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 9 อำเภอ 92 ตำบล 703 หมู่บ้าน 29,164 ครัวเรือน ประชาชนได้รับผลกระทบ 71,104 คน และพื้นที่การเกษตรเสียหาย 33,941.35 ไร่ นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์น้ำหลากที่ อ.ปากท่อ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ทำให้มีพระสงฆ์มรณภาพ 1 รูป และบาดเจ็บ 1 รูป

ปัจจุบันระดับน้ำโดยส่วนใหญ่ลดลง มีพื้นที่เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว 61 ตำบล และยังคงมีพื้นที่น้ำท่วมขังรอการระบาย 31 ตำบล โดยมีศูนย์พักพิง 14 แห่ง และมีผู้พักพิง 286 คน ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าหากการระบายน้ำของเขื่อนแม่กลองไม่เพิ่มขึ้นและไม่มีฝนตกในพื้นที่ สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 7 วัน

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 14 ตุลาคม 2569 เวลา 04.29 น. ได้มีการแจ้งเตือนผ่านระบบ Cellbroadcast ให้ระวังฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.จอมบึง และพื้นที่ใกล้เคียง ขอให้กลุ่มเปราะบางยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถและทรัพย์สินมีค่า และระวังไฟฟ้าดูด หากต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งสายด่วน 1784

ทางด้านศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดราชบุรี ได้กำชับทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมเครื่องมือและกำลังพล 885 นาย พร้อมยานพาหนะและเครื่องจักรกล 215 รายการ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เข้าตรวจสอบระบบไฟฟ้าแล้ว 517 ครัวเรือน และการประปาส่วนภูมิภาคได้สนับสนุนน้ำสะอาด 290,000 ลิตร เพื่อเร่งฟื้นฟูพื้นที่และจัดระบบให้ประชาชนกลับเข้าบ้านอย่างปลอดภัย พร้อมเตรียมสำรวจเพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาต่อไป










ความคิดเห็น