ข่าวราชบุรี : สภาเกษตรกรจังหวัดราชบุรี ขอให้ชะลออนุสัญญา UPOV 1991 หวั่นกระทบสิทธิของเกษตรกรรายย่อย รวมถึงส่งผลกระทบการเก็บเมล็ดพันธุ์ในอนาคต อยากให้ชี้แจงข้อมูล ข้อดี ข้อเสีย ให้ชัดเจนก่อน ด้านนายกสมาคมผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย ในฐานะเกษตรกรที่ใช้ใบกระเพราประกอบอาหารต้มยำกุ้ง ขอให้ส่วนที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ อย่าให้เหมือนเรื่องปลาหมอคางดำ



               ( 24 ต.ค. 69 )  จากกรณีบริษัทเอกชนได้ขอขึ้นทะเบียนคุ้มครองพืชกระเพรา 4 สายพันธุ์ กำลังสร้างความวิตกกังวลให้แก่เกษตรกรและประชาชนไปทั่วประเทศ  จะสามารถปลูก และขยายพันธุ์ได้หรือไม่นั้น หากประเทศไทยตัดสินใจเข้าร่วมอนุสัญญาระหว่างประเทศ ว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ( ฉบับปี พ.ศ. 2534 )  หรือ อนุสัญญา   UPOV 1991    จะส่งผลให้สิทธิของบริษัทเอกชนเพิ่มขึ้น และจะกระทบต่อเกษตรกรอย่างมาก  เนื่องจากเกษตรกรจะถูกจำกัดสิทธิในการเก็บพันธุ์ไปปลูกขยายต่อ แม้จะแจกจ่ายพันธุ์ให้เพื่อนบ้านก็จะผิดกฎหมาย 

               ล่าสุดวันนี้ได้มีโอกาสสัมภาษณ์นายไชยวิทย์  บัวงาม  ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดราชบุรี และสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ ให้ข้อมูลว่า  การจดทะเบียนลิขสิทธิ์นี้มีผลกระทบกับความรู้สึกของเกษตรกร  กลัวว่าอนาคตเกษตรกรไม่สามารถจะไปตรวจได้ว่าอันนี้จะละเมิดหรือไม่ละเมิด  ถ้าเกิดมีคนซื้อของที่เขาจดลิขสิทธิ์มาปลูกใกล้กันแล้ววันหนึ่งเกิดผสมพันธุ์กัน เกษตรกรจะรู้ได้อย่างไรว่ามีการนำของที่จดลิขสิทธิ์มาผสมพันธุ์ขายกัน มองว่าการผลกระทบของสิทธิบัตรตัวนี้ จะสร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกรรายย่อย เพราะคนปลูกกระเพราไม่ได้ปลูกเป็นร้อยไร่  แต่ปลูกแค่พอขายไม่มาก  เช่น ไปขายตลาด  อยู่ ๆ มีคนมาชี้ว่าละเมิดลิขสิทธิ์แล้วใครจะเป็นคนตัดสินว่าละเมิดลิขสิทธิ์ให้เกษตรกร  แล้วจะรู้เรื่องค่าปรับได้อย่างไร  ซึ่งเป็นการให้กลุ่มบุคคลหากินกับกลุ่มเกษตรกรที่เดือดร้อนหรือไม่ 

                ในนามเป็นประธานสภาเกษตรกรจังหวัดราชบุรี  และสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติได้  มีการประชุมร่วมกันที่ จ.พิษณุโลก มีมติขอให้ชะลอการเข้าร่วมการจดลิขสิทธิ์ของ UPOV 1991  หรือ เรื่องที่เกี่ยวข้องก็ดี  เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนว่า ผลได้ ผลเสีย เป็นอย่างไร  เพราะเกษตรกรกว่า 3 แสนราย ส่งผ่านไลน์กันมาว่าเขาไม่เห็นด้วยกับการที่จะไปจดลิขสิทธิ์พืชพันธุ์   เพราะยังไม่ได้จดของไทย  ว่าจริง ๆ ของที่เป็นของไทยพื้นบ้านมีอะไรบ้าง  แต่ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามเดินหน้าอยู่ จึงต้องตั้งคณะกรรมการมาเพื่อศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังจากทั่วประเทศ เราไม่ได้ขัดขวางถ้ามันดี แต่ต้องเปรียบเทียบการเข้า  UPOV 1991  กับการไม่เข้า ผลดี ผลเสียเป็นอย่างไร เพื่อแจ้งให้เกษตรกรทั่วประเทศรับรู้  วันนี้เป็นเรื่องกระเพรา วันหน้าอาจจะเป็นข้าว  และเรื่องอื่น ๆ อีก  

                 และยังสงสัยว่าการวิจัยนั้นใช้งบของใครใช้เครื่องมือของใคร หรือ ของมหาวิทยาลัยหรือไม่  แต่พอคิดค้นเสร็จมันควรจะเป็นสมบัติของชาติหรือไม่  หรือ เอาไปให้กับบริษัทเอกชน เสร็จแล้วก็เอามาจดลิขสิทธิ์กัน แล้วเกษตรกรได้อะไรจากงบประมาณตรงนั้นหรือไม่  หรือ เป็นงบของภาคเอกชนที่เอามาจ้างทำ แล้วเขาใช้เครื่องมือใครเป็นเครื่องมือภาครัฐที่เกิดมาจากภาษีประชาชน อยากให้ทุกมหาวิทยาลัยคิดด้วยว่าเป็นข้าราชการของ รัชกาลที่ 9 รัชกาลที่ 10  หรือ เป็นคนของบริษัทเอกชน ฝากให้คิดในฐานะเป็นนักวิจัย

                  นายไชยวิทย์  บัวงาม  ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดราชบุรี และสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวอีกว่า  ส่วนเรื่องกระเพรา 4 สายพันธุ์ที่ออกมานั้น จะกระทบท้องถิ่นทำให้  ที่มีการปลูกอยู่เดิมนั้นค่อย ๆ ลดน้อยถอยลงไปเรื่อย ๆ มองว่าแน่นอน เพราะของเขาปลูกแล้วขายได้   แต่กระเพราพื้นบ้านจะค่อย ๆ สูญสิ้นไปเพราะใบเล็ก กลิ่นแรง  ผลสุดท้ายเกษตรกรก็จะหันไปปลูกของที่ขายได้   ของที่อยู่คู่กับบรรพบุรุษจะค่อย ๆ สูญไปเรื่อย  จะเกิดพันธุ์ใหม่ ๆ ขึ้น ถามว่าดีมั๊ย  พันธุ์ใหม่อาจจะป้องกันโรค แต่สิ่งที่ต้องการจะอนุรักษ์ไว้คู่กับประเทศไทยคือพืชผักที่ปู่ย่าตายายสะสมมา  จะอนุรักษ์ยังไง มีการขึ้นทะเบียนไว้หรือยังว่าเป็นของไทย  ถ้าเขาจะเอา ไปปรับปรุงประเทศไทยได้อะไร ไม่ใช่เอาไปเฉย ๆ แล้วมาคิดเงินกับประชาชนคนไทย   รัฐบาลได้อะไรจากแนวคิดนี้  เพราะพันธุ์ทุกอย่างที่เอาไปคิดในอนาคตมันก็ไปจากองค์ความรู้ของเกษตรกรรากหญ้า หรือจะหมดไปเหมือนพันธุ์ข้าวโพด เหมือนกับเกษตรกรที่ปลูกมะระ ปลูกแตงเก็บพันธุ์ไม่ได้ต้องไปซื้อเขาตลอดเวลา 

                 ด้านนายประกอบ ทรัพย์ยอดแก้ว นายกสมาคมผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย ซึ่งเป็นเกษตรกรที่มีฟาร์มเลี้ยงกุ้งก้ามกรามในพื้นที่ จ.ราชบุรี จะออกบูธตามงานต่าง ๆและจะนำกุ้งไปจำหน่าย และแปรรูปหลากหลายเมนู เช่น เมนูกุ้งอบวุ้นเว้น กุ้งอบซอส  ผัดกระเพรากุ้ง  ข้าวผัดกุ้ง และเมนูเด่นขึ้นชื่อ คือ  ต้มยำกุ้งก้ามกรามกระทะยักษ์ในงานสำคัญของจังหวัดจัดขึ้น  ซึ่งเครื่องปรุงต้มยำกุ้งจะมีข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พริก มะนาว เห็ดฟาง มะเขือเทศ  และยังต้องใช้ใบกระเพราเป็นส่วนประกอบเครื่องปรุงรสในการทำต้มยำกุ้ง ได้มีมุมมองแนวคิดเรื่องนี้ว่า  ได้ข่าวเป็นที่น่าดีใจและเสียใจ  การพัฒนาคิดว่าอาจารย์ต่าง ๆ มีวิชาการที่ดี และพัฒนาออกมาได้ ก็ทำให้บ้านเมืองเกิดการพัฒนาสิ่งที่ดีขึ้น แต่การพัฒนาต่าง ๆ ต้องมีข้อจำกัด อย่างอันนี้พัฒนาได้กลิ่นหอมดีกว่าปกติมีคุณภาพ  แต่ขอย้อนกลับไปดูเรื่องปลาหมอคางดำ  ทุกวันนี้ปลาหมอคางดำเมื่อพัฒนาไม่ได้ก็ปล่อยทิ้งไม่มีใครรับผิดชอบ ไม่ได้บอกว่าใครเป็นคนทำ  แต่รู้ในใจว่าดีเอ็นเอปลาหมอคางดำ เหมือนกันถ้าตรวจดีเอ็นเอออกมา กับที่จดสิทธิบัตรไปก็ตรวจได้  ตอนนี้กรมประมงก็มีดีเอ็นเอปลาหมอคางดำ มีคนรับผิดชอบดูแลมั๊ย  สิ่งหนึ่งได้เอา ถ้าไม่ได้แล้วทิ้งฝากทุกอย่างให้เกษตรกร  ทำให้กับทุกคนที่เดือดร้อนมหาศาลขนาดไหน  อยากฝากผู้เกี่ยวข้องให้ชั่งใจดูการพัฒนาดีมั๊ย แต่พัฒนาแล้วสิ่งที่เสียหายไม่ถูกเป็นอย่างไร   จากการติดตามข้อมูลคือ เขาเอาไปพัฒนาทำให้ใบใหญ่ขึ้น กลิ่นแรงขึ้น และจดสิทธิบัตร แต่ของเราในฐานะที่มีดีเอ็นเอตรงนี้อยู่ เป็นดีเอ็นเอที่มาแต่ปู่ย่าตายาย  ถ้าตราบใดที่เอาดีเอ็นเอตรงนี้ออกมา  แล้วบอกว่าอันนี้เกี่ยวข้องกับดีเอ็นเอของตัวใหม่ ฝากไว้ว่าใช่หรือไม่ ถ้าใช่ตนเองก็เดือดร้อนเหมือนกัน เพราะได้เอาจากพื้นที่ประเทศไทยไปวิจัย จึงอยากให้ผู้เกี่ยวข้องช่วยดูตรงนี้ด้วย 

                                      ///////////////////////////////////////////////////

พันธุ์ - จรรยา  แก้วนุ้ย  จ.ราชบุรี   


ความคิดเห็น